top of page

(久视伤血!) ตาจ้องนานทำร้ายเลือด

อัปเดตเมื่อ 5 พ.ค. 2566

คนไข้สตรี วัยกลางคน เดินเข้ามาในคลินิกด้วยสีหน้าไม่สดใสนัก หมอสังเกตเห็นดวงตาข้างซ้ายบวมตุ่ยเล็กน้อย คนไข้เล่าว่า อาการปวดหัวไมเกรนที่สงบไปนาน กลับมากำเริบหนักอีกครั้ง จึงขอเลื่อนนัดมาหาหมอเร็วขึ้น “เมื่อวานปวดหัวข้างซ้ายมาก ปวดข้างเดียว โดยเฉพาะบริเวณรอบตา ปวดจนน้ำตาไหลไม่หยุด ลืมตาไม่ขึ้น เวลาปวดหัวมากแบบนี้อาการไอก็กลับมาอีก ข้างในตัวก็รู้สึกร้อนโดยเฉพาะบริเวณท้อง ทั้งๆ ที่ให้คนอื่นสัมผัสตัวและวัดอุณหภูมิก็ปกติดี…” เราคุยกันเพื่อหาเหตุและสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการ จนได้สาระสำคัญว่า เพราะงานเยอะ จึงนั่งจ้องแต่หน้าจอคอมพ์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง แทบไม่ได้ขยับตัว เพราะมัวทำงานจนลืมเวลา

ระหว่างรอคนไข้เตรียมตัวฝังเข็ม “เธอคิดเหมือนฉันไหมหมอ 2” “ฉันก็คิดเหมือนเธอนะคะหมอ 1”

หมอสองคนสบตากัน ขณะพูดพร้อมกันว่า “久视伤血!” (จิ่วชื่อซางเสวี่ย / ตาจ้องนานทำร้ายเลือด)

ข้อความนี้ปรากฏใน‘หวงตี้เน่ยจิง’ตำราแพทย์จีนโบราณหลายพันปี 《黄帝内经》ว่า:

“ตาจ้องนานทำร้ายเลือด, นอนนานทำร้ายชี่, นั่งนานทำร้ายกล้ามเนื้อ, ยืนนานทำร้ายกระดูก, เดินนานทำร้ายเส้นเอ็น ทั้งห้าสิ่งทำร้ายร่างกายห้าส่วน”

《黄帝内经》中云:“久视伤血、久卧伤气、久坐伤肉、久立伤骨、久行伤筋,是谓五劳所伤。”

เคสนี้หมอรู้สึกว่าอาการของคนไข้ค่อนข้างชัดเจน อาจมีรายละเอียดอีกมากที่อธิบายในโพสต์นี้ได้ไม่หมด แต่สิ่งที่อยากเขียนถึงคือ ‘ตาจ้องนานจะทำร้ายเลือดได้อย่างไร’

แพทย์จีนเชื่อว่า ตับ มีหน้าที่กักเก็บเลือด แสดงออกที่ดวงตา อารมณ์โกรธ ฉุนเฉียว หงุดหงิด มีความสัมพันธ์กับตับ ตับคือธาตุไม้ เป็นอวัยวะที่ทำให้เกิดลมภายในได้ง่าย

การใช้สายตาเป็นเวลานานทำร้ายตับ มีผลต่อการไหลเวียนของเลือด เมื่อเลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณนั้นไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการปวด (不荣则痛/ปู้หรงเจ๋อท่ง)

ตับ คือธาตุไม้ ไม้ นับเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง เวลาความร้อนไปกระทบ ไฟก็ลุก ทิศทางของไฟลอยขึ้นข้างบน อาจเป็นสาเหตุให้คนไข้น้ำตาไหลไม่หยุด คือปฏิกิริยาอย่างหนึ่งที่ตับต้องการระบายความร้อนนั่นเอง

ตำราแพทย์จีนกล่าวว่า เหตุประการหนึ่งของอาการปวดหัวไมเกรน คือ ลม ตามธรรมชาติ เมื่ออากาศร้อนจัดมักทำให้เกิดลมพายุ ร่างกายของมนุษย์ก็เป็นจักรวาลขนาดย่อส่วน หากภายในร้อนจัดก็ทำให้เกิดลมได้เช่นกัน ลักษณะของลมมีทิศทางไม่แน่นอน อาการปวดหัวไมเกรนจึงอาจเกิดเวลาใดก็ได้ ตำแหน่งไหนก็ได้

อาการไอที่เกิดขึ้น อ้างอิงตามหลัก 5 ธาตุ ตามวงจรปกติ ธาตุทอง (ปอด) จะหักล้างธาตุไม้ (ตับ) แต่ในกรณีที่ธาตุไม้แกร่งเกินไป ก็ทำให้เกิดการข่มกลับได้เช่นกัน นึกภาพตามง่ายๆ คือขวานเป็นโลหะเอาไว้สับไม้ แต่หากไม้แข็งแรงกว่าก็ทำลายขวานจนหักได้ การรักษาครั้งนี้ หมอจึงเลือกจุดฝังเข็มตามเส้นลมปราณตับ, ถุงน้ำดีและบำรุงเลือดเป็นหลัก มากกว่าเน้นฝังบริเวณจุดกดเจ็บ

คืนนั้น คนไข้ส่งข่าวดีผ่านทางข้อความ อาการทุเลาลง ลืมตาได้มากขึ้น ทั้งที่ปกติมักอาเจียนตามมา คนไข้ถามวิธีการดูแลตัวเองต่อจากนี้

หมอตอบว่า วิธีง่ายที่สุดคือหลับตาและนวดดวงตา ขยับตัวบ่อยๆ ดูเหมือนจะเป็นวิธีง่ายๆ แต่ก็ยากเหลือเกินสำหรับคนไข้ (และตัวหมอเอง )

ก่อนจบบทสนทนา หมอบอกคนไข้ว่า

“หมอที่เก่งที่สุด คือตัวคุณเองนะคะ”


ดู 13 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentários


Os comentários foram desativados.
bottom of page